ผู้เขียน หัวข้อ: ทำอาชีพให้ปังด้วยตัวเอง  (อ่าน 6 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

กรกฎาคม 12, 2018, 10:07:19 PM
  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 177
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

ขายตัวเองให้ปัง ตังค์มาเอง
ผมเชื่อว่าคุณชอบได้ยินเซียนนักขายหรือข้ารูด้านการขายหลายๆคนแนะนำคุณว่า
"ถ้าหากคุณต้องการขายดิบขายดี ควรขายตัวเองก่อนที่จะเริ่มขายสินค้า"
หัวข้อนี้สำคัญมากๆนะครับ ถ้าเกิดคุณเป็นนักขายแบบ B2B (Business-to-Business) คุณควรต้อง "ขายตัวเอง" ให้ออกตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้เจอหน้าลูกค้า สิ่งที่ผมกำลังจะบอกคุณก็คือสมการนี้นะครับ
....แนวทางการขายตัวเอง = การเพิ่มความน่าไว้วางใจ....
ซึ่งสิ่งนั้นในฐานะนักขายเป็นสิ่งที่คุณต้องสร้างขึ้นมาเอง แล้วก็มีคุณเท่านั้นที่จะทำให้ลูกค้าไว้วางใจและก็ซื้อสินค้าจากคุณ ยิ่งคุณขายตัวเองจนถึงลูกค้าไว้ใจ เชื่อมั่นคุณ ชอบคุณเยอะขึ้นเรื่อยๆเท่าใด คุณยิ่งมีโอกาสปิดวิธีขายและก็ได้เงินจากลูกค้าเยอะขึ้นแค่นั้นนะครับ
ในเมื่อมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับหัวข้อการขายตัวเองพื้นฐานกันแล้ว ทีนี้ลองมาดูแนวทางการขายตัวเองที่ดีกันนะครับ
1) คุยเก่ง มิได้หมายความว่าขายตัวเองเก่ง
การขายตัวเองไม่มีความจำเป็นต้องเป็นคนพูดเก่ง (ซึ่งเป็นข่าวดีสำหรับผู้ที่พูดไม่เก่ง) คุณไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นคนตลบตะแลง คารมดี มีมุกขบขันเยอะแยะ คุยเรื่องข้อมูล ลมฟ้าอากาศ ฯลฯ กับลูกค้าได้ ผมจะกล่าวว่ามันไม่มีความสำคัญเลยนะครับ ยิ่งคุณพูดนอกเรื่องกับลูกค้าเยอะแค่ไหน คุณยิ่งถอยห่างการปิดแนวทางการขายมากขึ้นเรื่อยๆเท่านั้น แถมยังหลงใจความสำคัญ
เนื่องจากอันที่จริงแล้วคุณนั่นแหละที่คิดไปเองว่าการคุยเก่งกับลูกค้า รู้ทุกเรื่อง เป็นการขายตัวเองที่ดีและก็ลูกค้าจะต้องถูกใจแน่ๆความจริงก็คือลูกค้าจะจัดคุณอยู่ในหมวดเซลล์ขี้โม้ อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีจังหวะซื้อคุณบ้าง แต่ก็ไม่แน่เสมอถ้าหากผลิตภัณฑ์ไม่ตอบปัญหาจริง
2) ต้องเป็นนักฟังและถามคำถามที่ดี
อย่างที่บอกขอรับว่าต่อให้คุณคุยเก่ง คุยเก่ง แต่ว่าไม่ฟังและไม่เคยถามลูกค้าก็ไม่มีประโยชน์ ลองกลับไปเช็คตัวเองกันนะครับว่าเวลาโทรไปคุยกับเพื่อนเกลอ คุณหรือเพื่อน ผู้ใดกันเป็นผู้ที่คุยมากกว่ากัน หากคุณคุยมากยิ่งกว่า มีอะไรก็เล่าให้ฟังหมด เวลาเพื่อนบอกบ้างคุณก็คันปากอยากจะพูดแทรก คุณอาจจะมีความคิดว่าเพื่อนคุณมิได้คิดอะไร แม้กระนั้นความจริงก็คือสหายคุณอาจจะหงุดหงิดได้ครับ เพียงแค่ไม่กล่าวเฉยๆ
จงระวังเรื่องนี้กับลูกค้าให้มากมายๆนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาการคันปากอยากแทรกลูกค้าในทันที (รู้เรื่องครับผม ผมก็เป็น) สิ่งที่คุณควรจะทำเป็นฟังลูกค้าบอกให้จบทุกหน พร้อมกับถามคำถามที่สม่ำเสมอจากสิ่งที่ลูกค้ากล่าว เช่นถ้าลูกค้าเล่าว่าระบบแอร์ฯ ที่ใช้อยู่เป็นแบบทองแดงธรรมดา คุณอาจจะถามแบบตลอดว่าค่าไฟมากแค่ไหน ด้วยเหตุว่าคุณกำลังรอคอยให้เค้าตอบเพื่อเสนอสิ่งที่ดีมากกว่าเป็นระบบ Inverter ซึ่งมัธยัสถ์ค่าไฟฟ้ากว่า อย่างงี้เป็นการถามเพื่อกล่าวโทษอยากของลูกค้ารวมทั้งเป็นการถามอย่างฉลาดขอรับ คุณขายตัวเองประเด็นนี้ได้แล้ว
3) อยู่เฉยๆก็ขายตัวเองได้ ด้วยการแต่งกายที่ดี
First Impression ก็ยังคงเป็นคำที่ทรงอำนาจอยู่เป็นประจำ เหมือนกับในเวลาที่คุณท่องเที่ยวผับหรือไปพารากอนแล้วพบเพศหญิงแต่งตัวดี เย้ายวน สวยๆเชื่อเถอะว่าเผลอๆคุณนั่นแหละที่อยากพุ่งเข้าไปชนแก้วหรือขอเบอร์เลย (ฮา)
การแต่งตัวที่ดีเป็นเรื่องง่ายๆสำหรับเพื่อการเพิ่มความน่านับถือ คุณจะต้องเตรียมพร้อมอยู่เสมอตั้งแต่หัวจรดเท้า มีกาละเทศะ เมื่อเข้าไปเจอลูกค้าคุณจะได้รับเกียรติยศจากลูกค้าตั้งแต่ทีแรกเจอโดยที่ยังไม่ทันกล่าวแนะนำตัวเลยล่ะขอรับ ไม่เชื่อทดลองดูพนักงานที่มีหน้าที่สำหรับขายรถยนต์เบนซ์หรือบีเอ็มครับพวกเขาจะแต่งตัวดีเยี่ยม พูดจาดี ให้เกียรติคุณ จนบางเวลาคุณเองควรจะเป็นข้างเกรงใจ และได้โอกาสซื้อสูงมากมาย (ถ้าหากมีตังค์นะ)
4) ความเป็นมืออาชีพคือแนวทางการขายตัวเองที่ดีเยี่ยมที่สุด
สิ่งที่จำเป็นยิ่งกว่าการพูดก็คือการกระทำครับ คุณควรมีความเป็นมืออาชีพสูงตั้งแต่การตรงเวลา ตามงานดี มีวินัย การทำงานสนองตอบด้วยความเร็ว การสัญญาลูกค้ารวมทั้งมีลายลักษณ์อักษร วิธีขายสินค้าในราคาที่ยุติธรรม การแก้ปัญหาหลังแนวทางการขาย การดูแลลูกค้าข้างหลังแนวทางการขาย ฯลฯ สิ่งพวกนี้คุณจำเป็นต้องทำให้เร็วและลงมือทำทันที เพียงเท่านี้คุณก็จะถูกยกฐานะเป็นนักขายมืออาชีพที่เชื่อถือได้
ต้องทำสิ่งเหล่านี้ให้ดีเนื่องจากนี่แหละครับที่ผมกำลังจะบอกทุกคนว่าเป็นวิธีขายตัวเองที่เหมาะสมที่สุดสำหรับในการรู้เรื่องน่าไว้วางใจของลูกค้า ถ้าคุณทำได้ ไม่ว่าคุณจะขายอันอื่นหรือย้ายบริษัท ลูกค้าก็จะตามคุณไป ถึงแม้ว่าจะคุณขายของของคู่ต่อสู้ ลูกค้าก็ยินดีที่จะซื้อคุณอยู่ดีขอรับ เนื่องจากว่าเขาเชื่อใจคุณ ไม่ใช่เนื่องจากว่าคุณอวดเก่งใดๆทั้งมวล
5) Social Proof ก็ขายตัวเองได้เหมือนกันนะ
Social Proof แปลตรงๆก็คือพิสูจน์กับสังคมมาแล้ว ในชีวิตจริงเรื่องนี้มีผลมากมายทีเดียว แบบอย่างกล้วยๆยกตัวอย่างเช่น สมัยเรียนมหาลัย คุณเคยมีเพื่อนที่ป๊อปในหมู่สาวๆมั้ยครับ บางโอกาสหน้าตาไม่เท่าไหร่ แม้กระนั้นมีแต่ว่าสาวสวยๆระดับพริตตี้ มาเป็นแฟน ผู้หญิงเค้าจะมีเซนส์นะครับว่าถ้าเพศชายใครมีแฟนสวย แปลว่าผู้ชายคนนั้นคงจะมีของ น่าสนใจ ยิ่งหากชายหนุ่มคนนั้นเจ้าชู้นิดๆก็มักจะมีแนวโน้มว่ามีสตรีอยากเข้ามาเล่นกับไฟเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ พวกเค้าจะป๊อปมากๆด้วยเหตุว่ามี Social Proof แล้ว
ในเชิงธุรกิจ คุณสามารถใช้หัวข้อนี้ได้ แถมดูเป็นมืออาชีพ ไม่ขี้คุยด้วยการใช้ Social Proof ในส่วนของผลงานที่สำเร็จกับธุรกิจที่ใกล้เคียงกับลูกค้า (พูดง่ายๆก็คือเพียงพอร์ท) ยิ่งหากเป็นคู่แข่งขันโดยตรงก็ยิ่งดี ลูกค้าจะคิดว่าสังคมพิสูจน์แล้วว่าสินค้าพวกเราดีจริง ยิ่งถ้าตัวเค้าเองใช้ช้ายิ่งเสียผลประโยชน์ ตามไม่ทันคู่แข่งขันหรือเจ้าอื่นๆเพิ่มมากขึ้นเพียงแค่นั้น เป็นตัวกระตุ้นการซื้อชั้นยอดเลยล่ะนะครับ แถมยังหล่ออีกด้วยถ้าหาก Success Story ของคุณเจ๋งเพียงพอ !
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ธุรกิจ 2018

Tags : ธุรกิจออนไลน์,ธุรกิจ 2018