สอนทำเบเกอรี่ มาการอง ของของหวานสีสันผ่องใส หลักสูตรเปิดร้านเบเกอรี่ เรียนทำอาห

ผู้เขียน หัวข้อ: สอนทำเบเกอรี่ มาการอง ของของหวานสีสันผ่องใส หลักสูตรเปิดร้านเบเกอรี่ เรียนทำอาห  (อ่าน 6 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

พฤษภาคม 16, 2018, 07:54:01 PM
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15359
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

สอนทำขนมปัง มาการอง ของของหวานสีสันแจ่มใส  หลักสูตรเปิดร้านเบเกอรี่ สอนทำอาหารญี่ปุ่น   เรียนทำขนมปัง สอนทำขนมไทย, ขนมปัง, เรียนทำเบเกอรี่ เบเกอรี่ฝรั่งเศส
 
เพราะอะไรธุรกิจร้านเบเกอรี่ถึงน่าลงทุน
สามารถทำคนเดียวได้ เพราะเหตุว่าถ้าเราเริ่ม จากการรับขนมจากที่อื่นมาขาย นั้นก็ไม่จำเป็นที่ต้องว่าจ้างผู้ช่วย ซึ่งผู้เดียวก็สามารถดูแลร้านได้เอง ทั้งสิ้น ไม่ต้องลงทุนสำหรับในการจ้างผู้รับจ้าง แล้วก็วุ่นวายกับคนโดยส่วนใหญ่
-ปัจจุบันนี้ ร้านเบเกอรี่ นั้น กับ Lifestyle ของคนรุ่นหลัง เนื่องจากว่าคนสมัยใหม่นิยม ไปนั่งตามร้านขนม เพื่อพัก นั่งคุย พูดคุยกับเพื่อนฝูง หรือนั่งอ่านหนังสือ เพื่อผ่อนคลาย การเปิดร้านขนมแบบเต็มรูปแบบ ก็เลยตอบปัญหาข้อนี้ได้ และทำรายได้ให้กับธุรกิจได้ อย่างเป็นกอบเป็นกำ อย่างแน่นอน
-ความชื่นชอบเบเกอรี่ ของคนรุ่นใหม่ ที่มีเวลาน้อย เลือกกินเบเกอรี่เป็น อาหารจานด่วน หรือรองท้อง คนไม่ใช่น้อยอาจจะเคยได้ฟังคำว่า “กองทัพจำต้องเดินด้วยท้อง” เมื่อคุณเดินทางไกล หรืออยู่ในเวลาเร่งด่วน ไม่สามารถหาที่นั่งกินอาหารได้ การกินของหวานที่ซื้อข้างทาง จะช่วยให้คุณคลายหิวไปได้ ก่อนที่จะคุณจะทำธุระเสร็จ แล้วก็ไปทานอาหารมื้อใหญ่ต่อไป
การเตรียมความพร้อมก่อนลงทุนในธุรกิจเบเกอรี่
ก่อนจะลงทุนในธุรกิจใดๆก็จำเป็นต้องมีการเตรียมพร้อมให้พร้อมกั่น ซึ่งธุรกิจเบเกอรี่โฮมเมดก็ไม่ได้แตกต่างกัน จำเป็นอย่างยิ่งที่นักลงทุนต้องพิจารณาถึงความพร้อมเพรียงก่อนจะมีการลงทุน ซึ่งดังเช่นว่า
เงินทุน
สำคัญเป็นลำดับต้นๆก็เพราะเงินทุนคือปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้การเตรียมวัสดุอุปกรณ์ก่อนที่จะมีการผลิตเบเกอรี่เป็นไปด้วยดี จำนวนเงินลงทุนย่อมนานับประการตามรูปแบบของธุรกิจว่าอยากให้ออกมาในลักษณะใด ซึ่งก็จำเป็นต้องวิเคราะห์และก็พินิจตามกำลังของตัวอง เนื่องจากว่าด้วยทั่วๆไปแล้วการลงทุนในขั้นแรกจะเน้นย้ำไปที่วัสดุปกรณ์ ซึ่งนับว่าเป็นต้นทุนคงเดิม และจะให้ผลตอบแทนกลับมาภายในช่วงระยะเวลาไม่นาน ด้วยเหตุนั้นควรที่จะเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ที่คุณภาพดี มีการรับประกัน แม้ว่าจะราคาแพงแม้กระนั้นมั่นใจได้ถึงคุณภาพ
ส่วนต้นทุนอีกอย่างทีเรียกกันว่าทุนเปลี่ยนแปร อย่างเช่น ค่าเช่าพื้นที่ ค่าขนส่ง หรือรายจ่ายที่เปลี่ยนได้ ถือว่ากลุ่มนี้เป็นเงินทุนที่นักลงทุนเองจำเป็นต้องจัดเตรียมไว้ล่วงหน้า เพื่อสามารถเงินลงทุนสามารถเวียนได้อย่างไม่ขัดข้อง
-ความรู้ความเชี่ยวชาญ
จำเป็นต้องสำหรับผู้ที่อยากได้เริ่มต้นธุรกิจเบเกอรี่โฮมเมดมากมาย เพราะเหตุว่าควรจะเรียนรู้ถึงใอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้รวมทั้งวัตถุดิบทุกๆอย่างสำหรับเพื่อการทำเบเกอรี่ ควรทำความเข้าใจว่าแป้งมีกี่ประเภท น้ำตาลหรือวัตถุดิบตัวอึ่นๆมีคุณสมบัติเช่นไรใช้เป็นส่วนผสมในเบเกอรี่แต่ละชนิดเพื่ออะไร ยิ่งกว่านั้นยังจะต้องฝึกฝนรวมทั้งชำนาญในการทำ เบเกอรี่มากพอที่จะควบคุมคุณภาพและก็รสชาติได้ เพื่อของหวานที่ผลิตมีคุณภาพและรสชาติที่เหมือนกัน
ในตอนนี้ มีสถานศึกษาสอนทำเบเกอรีเยอะแยะ เราสามารถเลือกเรียนได้ ได้ตามต้องการ อีกทั้งสามารถเลือกเฉพาะวิชาที่พอใจได้ ซึ่งจำนวนมากเขาเรียนเพียงแค่คอร์สเดียวก็สามารถนำมาปรับใช้และก็ทำขายได้ทันที แล้วก็การศึกษาสูตรและขั้นตอนการทำจากเพื่อนพ้องหรือวงศ์ญาติ ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดีที่จะไม่ต้องเลยค่าใช้จ่ายในการเข้าเรียนกับสถานศึกษาสอนทำเบเกอรี่ต่างๆ
-เรียนรู้ตลาดและก็คู่ปรับ
ผู้ผลิตควรทำการศึกษาเรียนรู้และทำการค้นคว้าถึงสภาวะการตลาดเพื่อวิธีการทำความรู้ความเข้าใจสำหรับเพื่อการดำเนินธุรกิจของเรา ควรศึกษาเรียนรู้ว่ากาตลาดเบเกอรี่ในตอนนั้นๆเป็นอย่างไร มีกลุ่มคู่ต่อสู้จำนวนราวกี่ราย และแต่ละรายมีจุดเด่นข้อด้อยอะไรบ้าง และก็พวกเราต้องหาข้อดีของพวกเรา แล้วก็ปรับวิธีการเพื่อให้สู้กับคู่ปรปักษ์ให้ได้ การ มองหา ร้านขายของสำหรับฝากขายมีความจำเป็นมากสำหรับการที่จะช่วยให้ธุรกิจของเราก้าวไปข้างหน้าหรือจะถอยหลัง ร้านที่เห็นควรมีความสนใจคือร้านที่อยู่ในย่านชุมชน มีทำเลดี มีที่จอดรถสำหรับลูกค้าไว้พร้อม มีการเคลื่อนไหวของปริมาณลูกค้าและก็หมุนวนสินค้าตลอดวัน แล้วก็ทางร้านมีแนวโน้มที่จะช่วยนำเสนอผลิตภัณฑ์ของพวกเรา เพื่อไม่ให้ผลิตภัณฑ์ของพวกเราถูกกักไว้เพื่อรอคอยส่งกลับคืนสิ่งเดียว
-หาแหล่งวัตถุดิบที่สมควรทั้งยังเรื่องราคารวมทั้งคุณภาพ
การซื้อวัตถุดิบสำหรับเฉพาะการทำเบเกอรี่ ย่อมทำให้ได้วัตถุดิบที่มีราคาถูกกว่าซื้อตามห้างทั่วไป และยังคงได้วัสดุอุปกรณ์ในการทำเบเกอรี่อย่างสมบูรณ์
รูปแบบของธุรกิจร้านเบเกอรี่ อาชีพอิสระ รายได้ดี
-รับขนมจากที่อื่นๆมาขาย
Bakery แบรนด์ HOME ของมหาวิทยาลัยราชภัฎ สวนดุสิต เป็นตัวอย่างสุด Classic ของ ร้านขนมปัง รูปแบบนี้ เราจะมองเห็นคนนำของหวานยี่ห้อ HOME มาเดินขายจากที่ต่างๆหรือจัดโต๊ะขายก็ตาม ลักษณะนี้เป็นแบบอย่างที่เริ่มต้นง่าย เพียงไปรับขนม แล้วก็นำมาตั้งขาย ไม่ต้องจมทุนไปกับการซื้อเครื่องอบขนม ไม่ต้องเปลืองแรงทำ และของหวานที่ขายอร่อยแน่ๆ
- ทำขนมขายเอง
ถ้าหากคุณมีเงินทุนเยอะขึ้นมาหน่อย แล้วก็เคยไปเรียนทำ Bakery มา หรือมั่นอกมั่นใจในฝีมือ ธุรกิจร้านขนมปังประเภทนี้ จะทำเงินได้มากกว่า เพราะพวกเราไม่ต้องไปรับของหวาน มาจากที่อื่น ซึ่งมีต้นทุนที่ซื้อมา แพงกว่าขนมที่เราทำเองอย่างแน่นอน แต่ว่าก็จำเป็นต้องลองชั่งน้ำหนักมองว่า เงินทุนที่ลงเพิ่มไป จะคุ้มกับรายได้ที่ได้มากขึ้นมาหรือไม่
- ร้านขนมปังพร้อมที่นั่ง แบบเต็มรูปแบบ
ถ้าหากไม่ได้อยากขายเพียงแค่ Bakery อย่างเดียว และมีความคิดว่าของหวานที่สร้างขึ้นมา มีดีกว่าแค่จะเป็นร้านค้าทั่วไป ก็เปิดร้านเบเกอรี่พร้อมที่นั่ง แบบเต็มรูปแบบได้เลย เนื่องจากราคาขนมจะขายได้แพงกว่า 2 แบบแรก โดยมีเป้าหมาย ให้เป็นจุดนัดพบ สำหรับมาทานขนม นั่งคุยกัน หรือนั่งอ่านหนังสือ ซึ่งกับ Lifestyle ของคนสมัยใหม่ด้วย
 
สูตรคัพเค้ก
 คัพเค้กช็อกโกแลตคาราเมล (สนิกเกอร์ส)
หลังจากชิมคัพเค้กมาถึง 7 สูตรแล้วถ้าหากยังไม่จุใจมาต่อกันด้วยคัพเค้กช็อกโกแลตคาราเมลที่ใช้ขนมสุดอร่อยอย่างสนิกเกอร์สมาเป็นส่วนผสม เนื้อเค้กรสโกโก้ บีบครีมเนยถั่วลงไป ราดซอสคาราเมล ตกแต่งด้วยสนิกเกอร์ส แหม… ทั้งหวานหอมคาราเมลแบบนี้ ชิ้นเดียวไม่พอแน่นอน
ส่วนผสม คัพเค้กช็อกโกแลต
- ผงโกโก้ 1/2 ถ้วย
 - แป้งสาลีอเนกประสงค์ 3/4 ถ้วย
 - เบกกิ้งโซดา 1/2 ช้อนชา
 - ผงฟู 3/4 ช้อนชา
 - เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
 - ไข่ไก่ 2 ฟอง (อุณหภูมิห้อง)
 - น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย
 - น้ำตาลทรายแดง 1/2 ถ้วย
 - น้ำมันพืช 1/3 ถ้วย
 - กลิ่นวานิลลา 2 ช้อนชา
 - บัตเตอร์มิลค์ 1/2 ถ้วย
ส่วนผสม ครีมเนยถั่วฟรอสติ้ง
- เนยจืด 5 ช้อนโต๊ะ
 - เนยถั่ว 1 ถ้วย
 - น้ำตาลไอซิ่ง 1 ถ้วย
 - เฮฟวี่ครีม 1/3 ถ้วย
 - กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
 - เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
 - ซอสคาราเมลสำเร็จรูป (สำหรับราด)
 - สนิกเกอร์สสับ 5-6 แท่ง (สำหรับตกแต่ง)
วิธีทำคัพเค้กช็อกโกแลตคาราเมล (สนิกเกอร์ส)
1. เปิดเตาอบที่อุณหภูมิ 350 องศาฟาเรนไฮต์ เตรียมไว้
 2. เรียงพิมพ์มัฟฟิน 12 ถ้วยบนถาดอบ เตรียมไว้
 3. ทำคัพเค้ก โดยผสมผงโกโก้ แป้งสาลีอเนกประสงค์ เบกกิ้งโซดา ผงฟู และเกลือป่นให้เข้ากัน เตรียมไว้
 4. ตีไข่ไก่ น้ำตาลทราย น้ำตาลทรายแดง น้ำมันพืช และกลิ่นวานิลลาให้เข้ากันจนเนียน เสร็จแล้วเทส่วนผสมแป้ง 1/2 ส่วนลงไปผสมให้เข้ากัน พักไว้
 5. นำส่วนผสมแป้งอีก 1/2 ส่วนที่เหลือเอาไปผสมกับบัตเตอร์มิลค์ เสร็จแล้วนำไปผสมกับส่วนผสมไข่ไก่จนเข้ากัน
 6. หยอดส่วนผสมคัพเค้กลงในพิมพ์มัฟฟิน นำเข้าเตาอบประมาณ 18-19 นาที หรือจนสุก พักไว้ให้เย็น นำออกมาจากพิมพ์
 7. ทำช็อกโกแลตคาราเมลโดยตีเนยจืดด้วยความเร็วปานกลางประมาณ 1 นาที ใส่เนยถั่วตีต่อจนเข้ากัน ใส่น้ำตาลไอซิ่ง เฮฟวี่ครีม กลิ่นวานิลลา และเกลือป่นลงไปตีให้เข้ากันประมาณ 20 วินาที แล้วมาตีด้วยความเร็วสูงประมาณ 1 นาที
 8. นำไปบีบตกแต่งบนหน้าคัพเค้ก ราดซอสคาราเมล โรยสนิกเกอร์สให้สวยงาม พร้อมเสิร์ฟ


เค้กช็อกโกแลตบอลกราโนล่า
ถ้าเบื่อกราโนล่าแช่นมก็จับมาทำเมนูเค้กช็อกโกแลตบอลกราโนล่า สูตรจาก คุณสมาชิกหมายเลข 1860279 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ใส่แป้งข้าวโอ๊ตกับกล้วยหอม เติมกราโนล่าลงไปหน่อย ปั้นเป็นก้อนกลมสวยงาม
ส่วนผสม เค้กบอลไส้กราโนล่า
• แป้งข้าวโอ๊ต 4 ช้อนโต๊ะ
 • กล้วยหอม 1 ลูก
 • ไข่ไก่ 1 ฟอง
 • ไข่ขาว 1 ฟอง
 • กลิ่นวานิลลา
 • ผงโกโก้ 1 ช้อนชา
 • กราโนล่า
วิธีทำเค้กบอลไส้กราโนล่า
1. ตีแป้งข้าวโอ๊ต กล้วย ไข่ไก่ ไข่ขาว และวานิลลาเข้าด้วยกัน
 2. ปั่นเสร็จแบ่ง 2 ส่วน ส่วนแรกปล่อยไว้ อีกส่วนใส่ผงโกโก้ เทแต่ละสีลงกระทะทำทาโกะยากิ สักพักใส่กราโนล่าไว้ตรงกลาง แล้วก็พลิกไปมาเหมือนทำทาโกะยากิ ตกแต่งตามชอบ

 
 
ความเป็นมาของขนมสีสันแจ่มใส มาการูนหรือมาการอง (Macaroon)
มาการูน หรือ มาการอง (Macaroon) ขนมหวานรูปวงกลมชนชาติประเทศฝรั่งเศส ซึ่งมีสีสันสดใส สอดไส้ตรงกลาง ชักชวนให้น่ารับประทาน กำลังเป็นที่ชื่นชอบอย่างแพร่หลายแล้วก็พบเห็นกันได้มากไม่น้อยเลยทีเดียวตามห้าง ร้านขนมปัง หรือในโฮเต็ลเมืองไทยเวลานี้
 คนใดจะทราบบ้างว่าต้นกำเนิดที่แท้จริงของของหวานทรงกลมสีสันผ่องใสที่น่าอร่อยนี้เป็นขนมที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศอิตาลี มาจากคำว่า "Maccaone หรือ Maccherone" ในภาษาอิตาลี มาการองหรือมาการูน เปิดตัวหนแรกในปี คริสต์ศักราช 1553 โดยเชฟหญิงชาวอิตาลีที่มีนามว่า Catherine de Medicis ในงานแต่งงานของคุณกับ Duc d'Orleans หรือกษัตริย์เฮนรี่ที่ 2 ของประเทศฝรั่งเศส ในอีก 21 ปีถัดมานั่นเอง
มาการองหรือมาการูน เริ่มแรกเป็นขนมที่สร้างขึ้นมากล้วยๆจากอัลมอนต์ น้ำตาลแล้วก็ไข่ขาวเท่านั้น ซึ่งเป็นของที่มีราคาไม่แพงแล้วก็มีคุณค่าทางอาหาร มีการบันทึกไว้ว่าหลานสาวของ Catherine de Medicis และชาวฝรั่งเศสใช้รับประทานเพื่อประทังชีวิตในสมัยสินค้าต่างๆมีราคาแพง
จนถึงตอนต้นศตวรรษที่ 20 เค้าหน้าของ มาการองหรือมาการูน ก็เปลี่ยนไปเป็นขนมที่มีสีสันฉูดฉาด แล้วก็นำมาการูนสองแผ่นมาประกบกันโดยมีไส้ "chocolate panache (ช็อกโกแล็ตผสมครีม)" โดย Pierre Desfontaines หลายชายของ Louis Ernest Laduree (Laduree pastry and Salon de the,rue Royale) ร้านเบเกอรี่มีชื่อในฝรั่งเศส
กระบวนการทำมาการองคร่าวๆเป็น การผสมไข่ขาว น้ำตาล และอัลมอนด์ล้วนๆบดละเอียดจนถึงเป็นผุยผงเหมือนแป้ง เรียกส่วนประกอบนี้ว่า เมอแรงก์ (meringue) ตักเมอแรงก์ใส่กรวยแล้วบีบลงบนถาดอบเป็นชิ้นกลมๆขนาดเล็ก และก็ต้องตากทิ้งเอาไว้สักพักแล้วจึงนำเข้าเตาอบ ออกมาเป็นฝามาการอง (Shell) แล้วทำไส้ใส่ไว้กึ่งกลาง
 กระบวนการทำมาการองต้นตำรับ แตกต่างกันตั้งแต่วิธีจัดแจงเมอแรงก์แบบที่นิยมทำกันในปัจจุบัน กระบวนการทำมาการองแบบต้นตำรับนั้นต้องใช้แนวทางตระเตรียมเมอแรงก์แบบ "เฟรนช์ เมอแรงก์ (French Meringue)" เป็นการตีไข่ขาวกับน้ำตาลแบบไม่ต้องต้ม ใช้มือเบาๆตีไปเรื่อยซึ่งเป็นแนวทางเริ่มแรกที่คนประเทศฝรั่งเศสทำมาเมื่อร้อยปีที่ล่วงเลยไป ร้านค้ามาการองที่มีชื่อเสียงในตอนนี้ของฝรั่งเศสก็ยังใช้แนวทางดั้งเดิมนี้อยู่ แต่ตอนนี้คนส่วนใหญ่ไม่มีผู้ใดทำแล้ว เพราะว่าขั้นตอนการทำยุ่งยากกว่าวิธีต้มน้ำตาลด้วยความร้อนซึ่งจะก่อให้ผิวของมาการองไม่เหมือนกัน รวมทั้งแบบเริ่มแรกจำต้องใช้เวลาตากที่อุณหภูมิปกติอย่างน้อย 3 ชั่วโมงถึงจะนำเข้าอบได้ ขณะที่แนวทางต้มน้ำตาล ทิ้งไว้เพียงแค่ 15 นาที ก็นำเข้าเตาอบได้เลย
มาการองปัจจุบันนิยมต้มน้ำตาลทรายที่อุณหภูมิ 118 องศาเซลเซียส ซึ่งเมื่อรวมกับไข่ขาวจะมีความแน่นรวมทั้งคงตัวช่วยไม่ให้ผิวหน้ามาการองแตกจากการอบ ผิวเรียบสวย แต่ไม่มีความนุ่มเท่ากับวิธีตีน้ำตาลทราย ไข่ขาวและผงอัลมอนด์ให้ขึ้นฟูเบาๆซึ่งต้องอาศัยความชำนาญ
วิธีการทำมาการองต้นตำรับแบบ เฟรนช์ เมอแรงก์ ทำให้ได้ตัวฝามาการอง (Shell) ซึ่งผิวสัมผัสข้างนอกจะกรอบบางๆกัดนิดหน่อยจะเจอความนิ่มของเนื้อเชลล์แทบจะละลายในปากผสมผสานจนกลมกลืนไปกับรสชาติของไส้
ลักษณะเฉพาะของมาการองอีกจุด คือ "ชายกลอุบายประเทศฝรั่งเศส (skirt)" เป็นส่วนที่เป็นรอยหยักๆบริเวณรอบๆขอบเชลล์ ซึ่งเกิดจากส่วนประกอบแล้วก็การอบที่เหมาะสม หากอบแล้วไม่มีสเกิร์ตเกิดขึ้น ตัวเชลล์จะแปลงเป็นขนมผิงที่กรอบทั้งชิ้น
|
ขมป้งบ้านครูแอน อร่อย การันตี เรียนแล้วทำเป็น ชัวร์
|
อยากทำขนมเค้กเป็น อยากทำขนมอร่อยๆ เรียนกับครูแอนเลย
|
ทำขนมเค้กกินเอง ขนมปัง เบเกอรี่ บ้านครูแอน สอนเป็นกันเอง เรียนจบต้องทำเป็นให้จงได้
}
คอร์สแต่งหน้าเค้ก ไส้ขนมปัง เปิดร้านเบเกอรี่ (สอนส่วนตัว) อร่อยเหาะ

เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง : http://www.annann201.com/

Tags :  เบเกอรี่, ขนมปัง,เรียนทำอาหารญี่ปุ่น